วัสดุที่ใช้โดยทั่วไปจะเป็น สแตนเลส 304 ซึ่งเหมาะกับการใช้งานทั่วไปในอุตสาหกรรม หรือสามารถเลือก สแตนเลส 316 สำหรับงานที่ต้องทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมีหรือความเค็ม เช่น โรงงานเคมี อุตสาหกรรมอาหาร หรือโครงการติดตั้งใกล้ทะเล การสั่งผลิตแบบนี้ช่วยให้ลูกค้าได้ตู้ที่ตรงกับการใช้งานทั้งด้านฟังก์ชันและความทนทานในระยะยาว
นอกจากโครงสร้างตู้แล้ว ลูกค้ายังสามารถระบุรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น การเจาะรูสำหรับติดตั้งสวิตช์, พัดลม, ช่องร้อยสาย, ช่องมองใส หรืออุปกรณ์ล็อกพิเศษ ตลอดจนการพ่นทรายผิวด้าน, ขัดมัน หรือเคลือบพิเศษ เพื่อให้เหมาะกับภาพลักษณ์องค์กรหรือมาตรฐานความสะอาด เช่นในโรงงานอาหารหรือเภสัชกรรม ตู้สแตนเลส
ขั้นตอนการสั่งผลิตจะเริ่มจากการให้ข้อมูลเบื้องต้น เช่น แบบร่างหรือสเปค จากนั้นทีมวิศวกรหรือฝ่ายออกแบบจะจัดทำแบบ CAD เสนอให้ลูกค้าตรวจสอบและอนุมัติก่อนดำเนินการผลิตจริง โดยระยะเวลาผลิตขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแบบ อาจใช้เวลา 5–15 วันทำการ หรือตามตกลง
การสั่งผลิตตู้สแตนเลสตามแบบจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความแม่นยำสูง ประหยัดพื้นที่ และมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในระยะยาว เหมาะกับโครงการที่ต้องการมาตรฐานเฉพาะด้าน และต้องการให้ตู้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกสภาพแวดล้อม

