ตู้สแตนเลส มาตรฐานและแบบสั่งผลิต

ตู้สแตนเลส

สายอ่อนสแตนเลสถัก

  • วัสดุที่ใช้ผลิตลวดถัก : สแตนเลส 304
  • วัสดุที่ใช้ผลิตเบลโล่ : สแตนเลส 304, 316
  • สามารถทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ : -200ถึง+400 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ ขึ้นอยู่กับขนาดและความยาวของท่อ ทนอุณหภูมิ
  • สามารถทนแรงดันได้ : สูงสุดถึง 220บาร์ ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ ขึ้นอยู่กับขนาดและความยาวของท่อความยาว : 30cm. , 50cm. , 100cm.

Size:   1/2″, 3/4″,1″, 1-1/4″, 1-1/2″, 2″, 2-1/2″, 3″, 4″, 5″, 6″, 8″, 10″, 12″, 14″, 16″, 18″, 20″, 22″, 24″,ขนาดตามความต้องการ

ขอใบเสนอราคาทักไลน์ได้เลยค่ะ 

IP stainless | จำหน่ายตู้สแตนเลส หลากหลายขนาด ทั้งแบบมาตรฐานและแบบสั่งผลิตพิเศษ

ตู้สแตนเลสไฟฟ้า IP55–IP66 คือ ตู้สำหรับติดตั้งและป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งผลิตจากวัสดุสแตนเลสคุณภาพสูง เช่น สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316 โดยออกแบบมาให้ทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น ฝุ่น หรือแม้แต่ละอองน้ำหรือน้ำแรงดันสูง ทั้งนี้ตัวเลข IP55 หรือ IP66 จะบอกระดับ การป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐานสากล IEC 60529 ซึ่งใช้ประเมินความสามารถของตู้ไฟฟ้าในการป้องกันสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก

    • IP55 คือ ตู้สามารถป้องกันฝุ่นในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และป้องกันน้ำจากการฉีดด้วยแรงดันต่ำจากทุกทิศทาง เหมาะสำหรับติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีฝุ่นหรือมีการล้างทำความสะอาดเป็นบางครั้ง
    • IP66 คือ ระดับที่สูงขึ้น ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นได้ 100% และป้องกันน้ำฉีดแรงดันสูงได้จากทุกทิศทาง เหมาะสำหรับการติดตั้งกลางแจ้ง หรือในพื้นที่ที่มีการล้างแรงดัน เช่น โรงงานอาหาร โรงงานแปรรูป หรืองานริมทะเลที่ต้องเผชิญกับละอองน้ำเค็ม
Original price was: 8,800฿.Current price is: 7,920฿.
Original price was: 8,500฿.Current price is: 7,650฿.
Original price was: 8,200฿.Current price is: 7,380฿.
Original price was: 7,900฿.Current price is: 7,110฿.
Original price was: 7,600฿.Current price is: 6,840฿.
Original price was: 7,200฿.Current price is: 6,480฿.
Original price was: 7,200฿.Current price is: 6,480฿.
Original price was: 7,100฿.Current price is: 6,390฿.
Original price was: 6,400฿.Current price is: 5,760฿.
Original price was: 6,400฿.Current price is: 5,760฿.
Original price was: 5,700฿.Current price is: 5,100฿.
Original price was: 5,650฿.Current price is: 5,085฿.
Original price was: 6,250฿.Current price is: 5,000฿.
Original price was: 5,000฿.Current price is: 4,500฿.
Original price was: 5,000฿.Current price is: 4,500฿.
Original price was: 5,000฿.Current price is: 4,500฿.

จุดเด่นของตู้สแตนเลส มาตรฐานและแบบสั่งผลิต

ตู้คอนโทรลสแตนเลส มีจุดเด่นหลักคือ ความพร้อมใช้งานทันที เนื่องจากผลิตไว้ล่วงหน้าตามขนาดและรูปแบบยอดนิยม เช่น ขนาด 300x400x200 มม. หรือ 600x800x300 มม. จึงมีสต็อกพร้อมส่ง เหมาะสำหรับงานทั่วไปที่ไม่มีข้อจำกัดหน้างานมากนัก เช่น ระบบไฟฟ้าในโรงงาน, อาคารสำนักงาน, หรือระบบควบคุมที่ต้องการติดตั้งเร่งด่วน โดยไม่ต้องรอเวลาการผลิตอีกหนึ่งจุดเด่นของตู้แบบมาตรฐานคือ ความคุ้มค่าในต้นทุน เนื่องจากการผลิตในจำนวนมากช่วยลดราคาต่อหน่วยลงได้ และยังมีอะไหล่หรืออุปกรณ์เสริมที่รองรับกับขนาดตู้ทั่วไป ทำให้สะดวกต่อการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมในอนาคต โดยไม่ต้องปรับปรุงระบบเดิมมากนัก
สำหรับตู้ไฟสแตนเลสแบบ สั่งผลิตตามแบบ จุดเด่นคือความ ยืดหยุ่นสูงในการออกแบบ สามารถระบุขนาด กว้าง x สูง x ลึก ได้ตรงตามพื้นที่ติดตั้งจริง รองรับการใช้งานในหน้างานที่มีข้อจำกัด เช่น พื้นที่แคบ พื้นที่สูง หรือพื้นที่ที่ต้องการตู้แบบพิเศษ เช่น ทรงแคบยาว ตู้ติดบนเสา หรือมีฐานรองพิเศษ

ผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้า

การเลือกขนาดและประเภทประตู้สแตนเลส

การเลือกขนาดของตู้ Stainless มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้งานระบบไฟฟ้าหรือระบบควบคุมต่าง ๆ โดยต้องพิจารณาจากพื้นที่ภายในที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์ เช่น เบรกเกอร์, PLC, อินเวอร์เตอร์, หม้อแปลง หรือสายไฟ ซึ่งต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการระบายความร้อน และเว้นช่องสำหรับการเข้าถึงในภายหลังเพื่อการซ่อมบำรุงหรือขยายระบบในอนาคตโดยทั่วไป ขนาดของตู้จะกำหนดตาม ความกว้าง x ความสูง x ความลึก เช่น ตู้ขนาดเล็ก 300x400x200 มม. สำหรับอุปกรณ์ควบคุมพื้นฐาน ไปจนถึงตู้ขนาดใหญ่ 1200x1800x600 มม. สำหรับระบบควบคุมที่ซับซ้อนหรือมีหลายอุปกรณ์ร่วมกัน การเลือกขนาดตู้ที่ใหญ่เพียงพอแต่ไม่เกินความจำเป็นจะช่วยประหยัดพื้นที่และงบประมาณ

นอกจากขนาดแล้ว การเลือก ประเภทของประตู ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งานและการดูแลรักษาในระยะยาว ตู้ขนาดเล็กถึงกลางมักใช้ ประตูบานเดี่ยว (Single Door) ซึ่งเปิด-ปิดง่าย เหมาะกับงานทั่วไป ส่วนตู้ขนาดใหญ่หรือระบบที่มีการเดินสายไฟและอุปกรณ์ซับซ้อน ควรเลือกใช้ ประตูบานคู่ (Double Door) เพื่อเปิดได้กว้างและเข้าถึงภายในได้สะดวกมากขึ้น หากเป็นตู้ที่ใช้งานกลางแจ้ง หรือในพื้นที่ที่มีการล้างทำความสะอาดแรงดันสูง ควรเลือกประตูที่มียางซีลกันน้ำรอบบาน เปิด-ปิดแน่นหนา และมีระบบล็อกหลายจุด เพื่อให้ได้มาตรฐาน IP55, IP65 หรือ IP66 ซึ่งช่วยป้องกันน้ำและฝุ่นเข้าสู่ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสั่งผลิตตู้สแตนเลสตามแบบ

การสั่งผลิตตู้ไฟสแตนเลสตามแบบ คือกระบวนการออกแบบและผลิตตู้ไฟฟ้าหรือแผงควบคุมโดยยึดตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ซึ่งแตกต่างจากตู้สำเร็จรูปที่มีขนาดตายตัว การสั่งผลิตนี้เหมาะกับงานที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่หรือรูปแบบการติดตั้งเฉพาะทาง เช่น ต้องการตู้ขนาดพิเศษ, มีช่องเจาะเฉพาะจุด, หรือติดตั้งอุปกรณ์เสริมเฉพาะประเภท จึงสามารถออกแบบให้สอดรับกับระบบและสภาพแวดล้อมการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ลูกค้าสามารถระบุขนาดได้อย่างอิสระ เช่น กว้าง x สูง x ลึก ให้พอดีกับหน้างานจริง ไม่ว่าจะเป็นตู้แขวน ตู้ตั้งพื้น หรือตู้มีหลังคา รวมถึงสามารถเลือกประเภทของบานประตู (บานเดี่ยว/บานคู่) และตำแหน่งของบานพับหรือมือจับได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานและบำรุงรักษา ตู้ที่สั่งผลิตยังสามารถเลือกความหนาของวัสดุ เช่น 1.5 มม. หรือ 2.0 มม. ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงที่ต้องการ

วัสดุที่ใช้โดยทั่วไปจะเป็น สแตนเลส 304 ซึ่งเหมาะกับการใช้งานทั่วไปในอุตสาหกรรม หรือสามารถเลือก สแตนเลส 316 สำหรับงานที่ต้องทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมีหรือความเค็ม เช่น โรงงานเคมี อุตสาหกรรมอาหาร หรือโครงการติดตั้งใกล้ทะเล การสั่งผลิตแบบนี้ช่วยให้ลูกค้าได้ตู้ที่ตรงกับการใช้งานทั้งด้านฟังก์ชันและความทนทานในระยะยาว

นอกจากโครงสร้างตู้แล้ว ลูกค้ายังสามารถระบุรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น การเจาะรูสำหรับติดตั้งสวิตช์, พัดลม, ช่องร้อยสาย, ช่องมองใส หรืออุปกรณ์ล็อกพิเศษ ตลอดจนการพ่นทรายผิวด้าน, ขัดมัน หรือเคลือบพิเศษ เพื่อให้เหมาะกับภาพลักษณ์องค์กรหรือมาตรฐานความสะอาด เช่นในโรงงานอาหารหรือเภสัชกรรม ตู้สแตนเลส 

ขั้นตอนการสั่งผลิตจะเริ่มจากการให้ข้อมูลเบื้องต้น เช่น แบบร่างหรือสเปค จากนั้นทีมวิศวกรหรือฝ่ายออกแบบจะจัดทำแบบ CAD เสนอให้ลูกค้าตรวจสอบและอนุมัติก่อนดำเนินการผลิตจริง โดยระยะเวลาผลิตขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแบบ อาจใช้เวลา 5–15 วันทำการ หรือตามตกลง

การสั่งผลิตตู้สแตนเลสตามแบบจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความแม่นยำสูง ประหยัดพื้นที่ และมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในระยะยาว เหมาะกับโครงการที่ต้องการมาตรฐานเฉพาะด้าน และต้องการให้ตู้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกสภาพแวดล้อม

ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามลักษณะการติดตั้ง ได้แก่ ตู้แบบแขวน (Wall-mounted) และ ตู้แบบตั้งพื้น (Free-standing) ซึ่งแต่ละประเภทเหมาะกับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยต้องพิจารณาจากขนาดของอุปกรณ์ภายใน, พื้นที่ติดตั้ง และลักษณะของระบบไฟฟ้าหรือระบบควบคุมที่จะใช้งานร่วมกัน เพื่อให้เลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยสูงสุด

ตู้แบบแขวน มักใช้ในงานที่ต้องการประหยัดพื้นที่ เช่น ติดตั้งบนผนังในห้องควบคุม, ห้องไฟฟ้า, หรือพื้นที่จำกัด โดยจะมีขนาดเล็กถึงกลาง (เช่น 300x400x200 มม. หรือ 600x800x250 มม.) เหมาะสำหรับติดตั้งอุปกรณ์เบรกเกอร์, เทอร์มินอล, สวิตช์ หรือคอนโทรลขนาดเล็ก การแขวนบนผนังช่วยให้เข้าถึงได้สะดวกและง่ายต่อการบำรุงรักษา อีกทั้งยังช่วยหลีกเลี่ยงความชื้นหรือน้ำขังบริเวณพื้น

ตู้แบบตั้งพื้น มีขนาดใหญ่กว่า และรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลายหรือมีจำนวนมาก เช่น อินเวอร์เตอร์, ระบบควบคุมมอเตอร์, หม้อแปลง, หรือ PLC หลายชุด ตู้ประเภทนี้มักใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือศูนย์ควบคุมไฟฟ้ากลาง โดยมีโครงสร้างแข็งแรง สามารถยึดติดกับพื้นด้วยพุกหรือขายึด เพื่อเพิ่มความมั่นคง ทนแรงสั่นสะเทือนได้ดี และรับน้ำหนักได้มากกว่าตู้แขวน

 

สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา

ตู้สแตนเลสถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมอัตโนมัติ โดยมีจุดเด่นด้านความแข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อม และสามารถป้องกันฝุ่น น้ำ ความชื้น และสารเคมีได้ดี เหมาะสำหรับการติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และงานกลางแจ้ง การใช้งานหลักมักรวมถึงการติดตั้งเบรกเกอร์ เซนเซอร์ รีเลย์ อินเวอร์เตอร์ หรือ PLC ภายในตู้เพื่อให้เป็นระบบศูนย์กลางที่ปลอดภัยในการควบคุมระบบต่าง ๆการติดตั้งตู้ต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นแบบแขวนหรือแบบตั้งพื้น โดยควรเว้นพื้นที่รอบตู้ไว้สำหรับการเปิด-ปิด และการระบายอากาศภายใน รวมถึงช่องทางการเดินสายที่ปลอดภัย ตู้ควรถูกยึดแน่นกับผนังหรือพื้น และต้องมีอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม เช่น พัดลมระบายอากาศ ฟิลเตอร์ ช่องมองใส หรือระบบล็อกที่มั่นคง เพื่อให้รองรับสภาพแวดล้อมเฉพาะด้านได้ดีขึ้น

วัสดุสแตนเลส เช่น 304 และ 316 ที่ใช้ผลิตตู้มีคุณสมบัติทนสนิม ไม่เป็นสนิมง่ายแม้ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือมีการใช้สารเคมี อย่างไรก็ตาม หากอยู่ในพื้นที่ที่มีความเค็มสูง เช่น ริมทะเล การเลือกใช้สแตนเลสเกรด 316 จะเพิ่มอายุการใช้งานและลดปัญหาเรื่องการกัดกร่อนได้อย่างมาก