IP stainless | จำหน่ายตู้คอนโทรลสแตนเลส รุ่นมาตรฐานและแบบสั่งผลิตพิเศษ
ตู้ควบคุมไฟฟ้าสแตนเลส คืออุปกรณ์สำหรับติดตั้งและปกป้องระบบควบคุมไฟฟ้า เช่น เบรกเกอร์ คอนแทคเตอร์ รีเลย์ หรือ PLC ซึ่งถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบภายในตู้ ช่วยให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบไฟฟ้าหรือเครื่องจักรในโรงงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตู้เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อให้ติดตั้งได้ง่ายและรองรับการบำรุงรักษาหรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในอนาคต
ข้อดีสำคัญของตู้ควบคุมไฟฟ้าสแตนเลส
ตู้คอนโทรลสแตนเลส ช่วย ปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในจากความชื้น ฝุ่น และการกัดกร่อน ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดโอกาสเกิดไฟฟ้าลัดวงจร และลดต้นทุนในการซ่อมบำรุงในระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน เพราะลดโอกาสการสัมผัสกับอุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้า ตัวตู้ผลิตจาก สแตนเลสสตีล ที่มีความแข็งแรง ทนต่อสนิม และไม่ลามไฟ โดยนิยมใช้เกรด 304 หรือเกรด 316 ซึ่งเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หรือบริเวณที่มีการสัมผัสกับสารเคมีบ่อยครั้ง ยังสามารถทนต่ออุณหภูมิสูงหรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดี จึงเหมาะสำหรับติดตั้งทั้งภายในและภายนอกอาคาร
การสั่งผลิตตู้ควบคุมไฟฟ้าสแตนเลสตามแบบ
1. ระบุขนาดตู้และพื้นที่ใช้งานให้ชัดเจน
การกำหนดขนาดตู้ควรสอดคล้องกับจำนวนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะติดตั้ง เช่น เบรกเกอร์ คอนแทคเตอร์ รีเลย์ PLC และต้องเว้นพื้นที่สำหรับเดินสายไฟ ระบายอากาศ และการขยายระบบในอนาคต ควรเผื่อพื้นที่รอบอุปกรณ์อย่างน้อย 20–30% เพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการบำรุงรักษา
2. เลือกเกรดสแตนเลสให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
โดยทั่วไปนิยมใช้สแตนเลสเกรด 304 สำหรับใช้งานภายในอาคารหรือในโรงงานทั่วไป แต่หากใช้งานในพื้นที่ใกล้ทะเล พื้นที่ที่มีกรดด่าง หรือโรงงานผลิตเคมี ควรเลือกเกรด 316 ที่ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่า การเลือกวัสดุที่เหมาะสมช่วยยืดอายุการใช้งานและลดการซ่อมแซมในระยะยาว
3. วางแผนตำแหน่งช่องร้อยสายและอุปกรณ์เสริมล่วงหน้า
ควรกำหนดว่าจะเจาะช่องร้อยสายที่ตำแหน่งใดบ้าง เช่น ด้านล่าง ด้านข้าง หรือด้านหลัง รวมถึงขนาดของรูและจำนวนช่อง เพราะมีผลต่อการติดตั้งเคเบิ้ลแกลนหรือท่อร้อยสาย นอกจากนี้ควรพิจารณาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น พัดลมระบายอากาศ ฟิลเตอร์กันฝุ่น ฮีตเตอร์ หรือไฟภายในตู้ให้ครบตั้งแต่ต้นแบบ
ตู้ควบคุมไฟฟ้าสแตนเลสมีแผ่นยึดอุปกรณ์ (Mounting Plate)
โครงสร้างภายในของตู้จะมีแผ่นยึดอุปกรณ์ (Mounting Plate) สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ พร้อมซีลยางกันน้ำรอบประตูเพื่อป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP เช่น IP55, IP65 หรือ IP66 ทั้งนี้ยังสามารถเจาะช่องร้อยสายไฟด้านล่าง ด้านข้าง หรือด้านหลังของตู้ เพื่อให้เชื่อมต่อกับระบบภายนอกได้อย่างสะดวก ลิตจากวัสดุที่มีความทนทานสูง โดยเฉพาะสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316 ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการต้านทานการเกิดสนิมแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือสัมผัสกับไอเคมี เช่น โรงงานผลิตอาหาร โรงงานเคมี หรือบริเวณใกล้ทะเล การเลือกใช้ตู้ที่ไม่เป็นสนิมช่วยยืดอายุการใช้งาน และลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน

New series 2025
√ Ingress Protection IP55-IP66
√ Stainless Steel Hairline
√ Spong Rubber ซีลยางกันน้ำ
√ ISO, IK10
- 1. ประเภทของตู้ – ตู้แขวนผนัง (Wall-Mounted): ติดตั้งบนผนัง ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับอุปกรณ์ขนาดเล็กหรือในพื้นที่จำกัด
– ตู้ตั้งพื้น (Floor-Standing): รองรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับโรงงานหรือสถานีไฟฟ้า
– ตู้มีหลังคา (With Roof): เหมาะสำหรับการติดตั้งกลางแจ้ง ป้องกันน้ำฝนและแสงแดดได้ดี - 2. ขนาดของตู้ และฟังค์ชั่นเพิ่มเติม
ขนาดต้องพิจารณาจากอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง เช่น ขนาดของแผงควบคุมไฟฟ้า, เครื่องมือ หรือวงจรไฟฟ้า รวมถึงพื้นที่ที่ใช้ติดตั้ง
– การสั่งเจาะรูเข้าสายไฟ หรือเจาะเลเซอร์ตามแบบ
– การตีบานเกล็ดระบายอากาศ สามารถตีบานเกร็ดได้ทั้ง 2 ฝั่ง - 3. ประเภทประตู – บานเดี่ยว (Single Door): เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กและใช้งานง่าย
– บานคู่ (Double Door): เหมาะกับตู้ขนาดใหญ่ที่ต้องการเปิดกว้างเพื่อเข้าถึงอุปกรณ์ - 4. มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Rating) – IP55: กันฝุ่นบางส่วนและน้ำที่มีแรงดันปานกลาง
– IP66: ป้องกันฝุ่น 100% และกันน้ำแรงดันสูง - 5. วัสดุที่ใช้
– สแตนเลส 304: เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ทนทานต่อการกัดกร่อน
– สแตนเลส 316: ทนต่อสารเคมีและสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มสูง เหมาะกับพื้นที่ชายฝั่ง
ประโยชน์ด้านเทคนิคตู้คอนโทรลสแตนเลส
การรองรับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่หลากหลาย ภายในตู้มีพื้นที่มากพอสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า เช่น เบรกเกอร์, คอนแทคเตอร์, เทอร์มินอลบล็อก, Timer เคเบิ้ลแกลน หรืออุปกรณ์ PLC ได้อย่างเป็นระเบียบ ไม่แออัดจนเกินไป ทั้งยังสามารถติดตั้งแผ่นเพลทยึดอุปกรณ์ หรือรางเดินสายไฟเพิ่มเติมได้ ทำให้การเดินระบบไฟมีความปลอดภัย ลดความร้อนสะสม และดูแลซ่อมแซมได้ง่าย ตู้สแตนเลส ยังส่งเสริม ภาพลักษณ์ที่เป็นระเบียบ สะอาด และมืออาชีพ ให้กับหน้างาน โดยเฉพาะในโรงงานอาหาร โรงพยาบาล หรืออุตสาหกรรมที่ต้องผ่านมาตรฐานความสะอาด เช่น ISO, HACCP หรือ GMP วัสดุสแตนเลสสามารถทำความสะอาดได้ง่ายและไม่สะสมเชื้อโรค
3 เหตุผลที่ควรเลือกตู้ควบคุมไฟฟ้าสแตนเลสสำหรับงานอุตสาหกรรม
- ป้องกันฝุ่น น้ำ และแรงกระแทกตามมาตรฐาน IP
สำหรับงานอุตสาหกรรมมักมีระดับการป้องกัน IP55, IP65 หรือ IP66 ที่ช่วยป้องกันฝุ่นละอองและน้ำจากภายนอกเข้าสู่ตู้ได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งในพื้นที่ภายในอาคารหรือภายนอกที่เสี่ยงต่อฝนและไอน้ำ รวมถึงมีโครงสร้างแข็งแรง ป้องกันแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในโรงงาน
- รองรับสภาพแวดล้อมรุนแรงในโรงงานได้ทุกประเภท
ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตโลหะ โรงงานแปรรูปอาหาร พื้นที่กลางแจ้ง หรือเขตเสี่ยงระเบิด (Ex zone) สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ เพราะมีความทนต่ออุณหภูมิสูง–ต่ำได้ดี ทนต่อการกัดกร่อนจากกรดด่าง และสามารถติดตั้งในพื้นที่ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ควบคุมภายในตู้
- ดูแลรักษาง่ายและไม่สะสมเชื้อโรค
พื้นผิวของสแตนเลสมีความเรียบ ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่ดูดซับความชื้นหรือสิ่งสกปรก จึงไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เหมาะกับโรงงานที่ต้องการมาตรฐานด้านสุขอนามัยสูง เช่น GMP หรือ HACCP อีกทั้งไม่จำเป็นต้องทาสีหรือเคลือบกันสนิมเหมือนตู้เหล็กทั่วไป จึงช่วยลดภาระในการดูแลรักษาระยะยาว
สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา
สุดท้าย ตู้ควบคุมไฟฟ้าสแตนเลสยังสามารถ ออกแบบและสั่งผลิตให้ตรงตามความต้องการเฉพาะ ได้ ไม่ว่าจะเป็นขนาด ความหนา การเจาะช่องหน้าต่าง ช่องร้อยสาย หรือการติดตั้งพัดลมระบายอากาศ เหมาะทั้งงานติดตั้งใหม่และงานปรับปรุงระบบเดิม ทำให้ตู้ชนิดนี้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าเชื่อถือสำหรับการใช้งานในระบบไฟฟ้าทั้งภาคอุตสาหกรรม
การติดตั้ง, ตู้สามารถยึดติดได้ทั้งแบบแขวนผนังและตั้งพื้น โดยอาจใช้ขาเหล็กหรือแท่นยึดสำหรับความมั่นคง ขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดของตู้ การวางตำแหน่งตู้ที่เหมาะสมจะช่วยให้การเดินสายไฟง่ายขึ้น และป้องกันปัญหาความร้อนสะสมภายในตู้ซึ่งอาจกระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า










