IP stainless | จำหน่ายตู้สแตนเลส หลากหลายขนาด ทั้งแบบมาตรฐานและแบบสั่งผลิตพิเศษ
ตู้สแตนเลส 304 คือ ตู้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือควบคุมระบบต่าง ๆ ที่ผลิตจากวัสดุสแตนเลสเกรด 304 (Stainless Steel 304) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุยอดนิยมที่ใช้ในอุตสาหกรรม เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นด้านความทนทานต่อการกัดกร่อน แข็งแรง และมีอายุการใช้งานยาวนาน โดยไม่ขึ้นสนิมง่ายเหมือนเหล็กทั่วไป ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันอุปกรณ์ภายใน เช่น เบรกเกอร์ อินเวอร์เตอร์ ระบบควบคุมอัตโนมัติ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ จากปัจจัยภายนอกที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ฝุ่น ความร้อน หรือแรงกระแทก และยังช่วยให้การจัดการระบบไฟฟ้าภายในเป็นระเบียบ ปลอดภัย และดูแลรักษาได้ง่าย
การเลือกขนาดควรสัมพันธ์กับการระบายความร้อนและการบำรุงรักษา
ไม่เพียงแค่ขนาดพอดีกับอุปกรณ์ภายในเท่านั้น แต่ควรเผื่อพื้นที่สำหรับการถ่ายเทอากาศภายในตู้ (เพื่อป้องกันความร้อนสะสม), การเดินสายไฟ และช่องให้ช่างสามารถเข้าบำรุงรักษาได้อย่างสะดวกในอนาคต เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว
✅ ขนาดเล็ก (เช่น 200x300x150 mm)
เหมาะสำหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมขนาดเล็ก เช่น เบรกเกอร์ รีเลย์ หรือสวิตช์ในระบบย่อย ใช้ได้ทั้งในห้องควบคุม หรือหน้างานที่มีพื้นที่จำกัด มักติดตั้งแบบแขวนผนัง เหมาะกับระบบที่ต้องการความปลอดภัยจากความชื้นและฝุ่นในระดับเบื้องต้น
✅ ขนาดกลาง (เช่น 400x500x300 mm)
ขนาดนี้นิยมใช้ในระบบควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติ หรือแผงควบคุมหลักของสายการผลิต สามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้หลายชุด เช่น PLC, อินเวอร์เตอร์, เมนเบรกเกอร์ ฯลฯ เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป หรือระบบไฟฟ้าในอาคาร
✅ ขนาดใหญ่ (เช่น 6000x1200x250 mm)
ใช้ในงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือระบบที่ต้องการอุปกรณ์จำนวนมาก เช่น ระบบมอเตอร์ควบคุมหลายชุด, ระบบไฟฟ้าโรงงาน, ตู้ควบคุมปั๊มน้ำ หรือระบบควบคุมศูนย์กลาง ใช้งานได้ทั้งแบบตั้งพื้นและแขวน โดยมักเลือกใช้บานประตูคู่เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง
✅ ขนาดสั่งผลิตพิเศษ (กว้าง x สูง x ลึก ได้ตามต้องการ)
☑ ตู้สแตนเลส ในกรณีที่พื้นที่หน้างานมีข้อจำกัด หรือระบบภายในซับซ้อน ลูกค้าสามารถสั่งผลิตตู้ตามขนาดเฉพาะ เพื่อให้พอดีกับพื้นที่และรอ
ประเภทของตู้สแตนเลสและการใช้งานที่เหมาะสม
การเลือกและสั่งผลิตตู้กันน้ำ ไม่ใช่เพียงแค่เลือกตามขนาดหรือวัสดุเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้ได้ตู้ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง มีความทนทาน ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และรองรับอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบควบคุมภายในได้อย่างครบถ้วน จากนั้นต้องพิจารณาเรื่อง ขนาดของตู้ ให้สัมพันธ์กับจำนวนอุปกรณ์ภายใน โดยต้องเผื่อพื้นที่สำหรับการเดินสายไฟ การระบายความร้อน และการบำรุงรักษาในอนาคต ขนาดตู้ควรถูกกำหนดจากความกว้าง ความสูง และความลึกอย่างเหมาะสมกับพื้นที่หน้างานจริง

New series 2025
√ Ingress Protection IP55-IP66
√ Stainless Steel Hairline
√ Spong Rubber ซีลยางกันน้ำ
√ ISO, IK10
- 1. ประเภทของตู้ – ตู้แขวนผนัง (Wall-Mounted): ติดตั้งบนผนัง ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับอุปกรณ์ขนาดเล็กหรือในพื้นที่จำกัด
– ตู้ตั้งพื้น (Floor-Standing): รองรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับโรงงานหรือสถานีไฟฟ้า
– ตู้มีหลังคา (With Roof): เหมาะสำหรับการติดตั้งกลางแจ้ง ป้องกันน้ำฝนและแสงแดดได้ดี - 2. ขนาดของตู้ และฟังค์ชั่นเพิ่มเติม
ขนาดต้องพิจารณาจากอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง เช่น ขนาดของแผงควบคุมไฟฟ้า, เครื่องมือ หรือวงจรไฟฟ้า รวมถึงพื้นที่ที่ใช้ติดตั้ง
– การสั่งเจาะรูเข้าสายไฟ หรือเจาะเลเซอร์ตามแบบ
– การตีบานเกล็ดระบายอากาศ สามารถตีบานเกร็ดได้ทั้ง 2 ฝั่ง - 3. ประเภทประตู – บานเดี่ยว (Single Door): เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กและใช้งานง่าย
– บานคู่ (Double Door): เหมาะกับตู้ขนาดใหญ่ที่ต้องการเปิดกว้างเพื่อเข้าถึงอุปกรณ์ - 4. มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Rating) – IP55: กันฝุ่นบางส่วนและน้ำที่มีแรงดันปานกลาง
– IP66: ป้องกันฝุ่น 100% และกันน้ำแรงดันสูง - 5. วัสดุที่ใช้
– สแตนเลส 304: เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ทนทานต่อการกัดกร่อน
– สแตนเลส 316: ทนต่อสารเคมีและสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มสูง เหมาะกับพื้นที่ชายฝั่ง
การวัดขนาดของตู้สแตนเลส 304 (Diameter)
การเลือกและสั่งผลิตตู้กันน้ำ ไม่ใช่เพียงแค่เลือกตามขนาดหรือวัสดุเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้ได้ตู้ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง มีความทนทาน ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และรองรับอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบควบคุมภายในได้อย่างครบถ้วน จากนั้นต้องพิจารณาเรื่อง ขนาดของตู้ ให้สัมพันธ์กับจำนวนอุปกรณ์ภายใน โดยต้องเผื่อพื้นที่สำหรับการเดินสายไฟ การระบายความร้อน และการบำรุงรักษาในอนาคต ขนาดตู้ควรถูกกำหนดจากความกว้าง ความสูง และความลึกอย่างเหมาะสมกับพื้นที่หน้างานจริง
การวัดขนาดอย่างละเอียดจะช่วยให้การติดตั้งและการใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- ความกว้าง (Width): วัดจากขอบด้านหน้าไปยังขอบด้านหลังของตู้ (จากด้านหน้าไปด้านหลัง)
- ความสูง (Height): วัดจากพื้นถึงยอดของตู้ (จากล่างสุดไปด้านบนสุด)
- ความลึก (Depth): วัดจากด้านหน้าของตู้ถึงด้านหลัง (มักจะใช้เมื่อต้องการตรวจสอบความลึกของช่องภายในตู้
- ขนาดของช่องเปิด (Door Opening Size): หากต้องการทราบขนาดของช่องที่เปิดปิดได้ ควรวัดจากขอบบานประตูด้านหนึ่งถึงขอบอีกด้าน ☑ ตู้สแตนเลส
- ขนาดของแผงภายใน: หากต้องการติดตั้งอุปกรณ์ภายในตู้ ควรตรวจสอบพื้นที่การติดตั้งโดยการวัดช่องว่างระหว่างแผงหรือชั้นภายในดูข้อมูลสินค้k
หมวดสินค้าใกล้เคียง
สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา
ตู้สแตนเลส 304 ใช้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและควบคุมระบบต่าง ๆ ในโรงงาน อาคาร หรือพื้นที่ที่ต้องการความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ตัวตู้มีคุณสมบัติป้องกันน้ำ ฝุ่น และสารเคมีได้ดี โดยเฉพาะรุ่นที่มีมาตรฐาน IP55, IP65 หรือ IP66 ซึ่งทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งในอาคารและภายนอกอาคาร รวมถึงในอุตสาหกรรมอาหาร เคมี และพื้นที่เปียกชื้นต่าง ๆ ผู้ใช้งานสามารถเลือกตู้แบบแขวนหรือแบบตั้งพื้นตามความเหมาะสมกับพื้นที่และลักษณะการเดินสายไฟ โดยตู้ควรได้รับการติดตั้งอย่างมั่นคง เพื่อรองรับน้ำหนักของอุปกรณ์ภายใน และควรมีช่องร้อยสายหรือระบบระบายอากาศที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบควบคุมที่มีการปล่อยความร้อนขณะทำงาน
ในด้านการบำรุงรักษา มีข้อได้เปรียบตรงที่ทำความสะอาดง่าย และไม่เป็นสนิมเมื่อสัมผัสกับความชื้นหรือสารเคมีอ่อน ๆ การทำความสะอาดควรใช้ผ้านุ่ม ไม่ควรใช้แปรงหรือของมีคมที่อาจทำให้ผิวสแตนเลสเสียหาย และควรหลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง









