IP stainless | จำหน่ายตู้สแตนเลส รุ่นมาตรฐานและแบบสั่งผลิตพิเศษ
ตู้คอนโทรลสแตนเลสขนาด 300x450x200 คืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ติดตั้งและป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน เช่น เบรกเกอร์ เทอร์มินอลบล็อก คอนแทคเตอร์ หรือชุดควบคุมระบบอัตโนมัติ โดยตู้รุ่นนี้มีโครงสร้างแข็งแรง ผลิตจากแผ่นสแตนเลสคุณภาพสูง เช่น SUS 304 หรือ SUS 316 ซึ่งให้ความทนทานต่อสนิม ทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น หรือมีไอเคมีสูง จึงเหมาะกับการใช้งานในโรงงาน ห้องเย็น โรงงานอาหาร หรือพื้นที่ภายนอกอาคารที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยสูง
ตู้คอนโทรลสแตนเลสขนาดสามารถสั่งผลิตเพิ่มเติมได้
ตู้คอนโทรลสแตนเลส ตู้ยังสามารถสั่งผลิตเพิ่มเติมได้ เช่น การเจาะรูร้อยสายด้านล่างหรือด้านข้าง รองรับการติดตั้งเคเบิ้ลแกลน สวิตช์ ปุ่มกด หรือหน้าจอแสดงผลต่าง ๆ ได้ตามต้องการ รวมถึงสามารถติดตั้งบานพับแบบถอดได้ หรือกลอนล็อกนิรภัยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการเปิดตู้โดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถสั่งผลิตเพิ่มเติมได้ตามลักษณะหน้างานและความต้องการเฉพาะของแต่ละโครงการ ช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แคบ พื้นที่ภายนอก หรือระบบควบคุมที่มีอุปกรณ์จำนวนมาก โดยการสั่งผลิตตามแบบจะช่วยให้ขนาด ความหนา และรายละเอียดของตู้สามารถรองรับการใช้งานจริงได้เต็มที่ และลดการดัดแปลงหน้างานให้น้อยที่สุด
6 จุดสำคัญที่ควรพิจารณตู้คอนโทรลสแตนเลสขนาดต่างๆ
✅ 1. ขนาดและพื้นที่ภายในตู้ ควรวัดพื้นที่ติดตั้งหน้างานให้ชัดเจน และประเมินจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งภายใน เช่น เบรกเกอร์ อินเวอร์เตอร์ PLC หรือคอนแทคเตอร์ เพื่อกำหนดขนาดความกว้าง x สูง x ลึก ให้พอดีกับอุปกรณ์ พร้อมเผื่อช่องว่างสำหรับการเดินสายไฟและการระบายอากาศ ไม่แน่นจนเกินไป
✅ 2. ประเภทฝาและระบบล็อก เลือกประเภทฝาให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ฝาทึบ (ป้องกันฝุ่นและความชื้น), ฝาใส (ดูสถานะภายในได้โดยไม่ต้องเปิด), หรือฝา 2 ชั้น (เพิ่มความสะอาดและป้องกันการสัมผัสโดยตรง) รวมถึงเลือกระบบล็อกที่เหมาะสม เช่น กลอนธรรมดา กลอนกันงัด หรือกุญแจนิรภัย สำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง
✅ 3. วัสดุและความหนาของแผ่นตู้ วัสดุยอดนิยมคือ สแตนเลส SUS 304 หรือ SUS 316 โดย SUS 316 เหมาะกับพื้นที่มีไอเคมีหรือใกล้ทะเล และควรเลือกความหนาของแผ่นตู้ให้เหมาะสม เช่น 1.2 มม. สำหรับงานเบา / 1.5–2.0 มม. สำหรับงานภายนอกหรือโรงงานที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง
✅ 4. ตำแหน่งรูเจาะและช่องเดินสาย ควรวางแผนตำแหน่งรูร้อยสายไฟ เคเบิ้ลแกลน หรือช่องสำหรับติดตั้งพัดลมระบายอากาศให้สอดคล้องกับระบบเดินสายจริง ไม่ว่าจะเป็นรูด้านล่าง ด้านข้าง หรือด้านหลัง และหากต้องมีจอแสดงผล ปุ่มกด หรือสวิตช์ก็ควรกำหนดตำแหน่งให้โรงงานเจาะล่วงหน้าเพื่อความแม่นยำ
วัสดุที่ใช้ในการผลิตตู้สแตนเลสสามารถเลือกได้
วัสดุที่ใช้ในการผลิตสามารถเลือกได้ทั้ง สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316 ตามระดับความทนทานที่ต้องการ โดย SUS 304 เหมาะกับงานทั่วไปที่มีความชื้นหรือฝุ่น ส่วน SUS 316 เหมาะกับงานภายนอก พื้นที่ใกล้ทะเล หรือโรงงานที่มีไอเคมีรุนแรง ซึ่งให้ความทนทานต่อการกัดกร่อนมากเป็นพิเศษ และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน ในการสั่งผลิต ยังสามารถระบุ ตำแหน่งรูเจาะ สำหรับร้อยสายไฟ หรือรูสำหรับติดตั้งพัดลม ช่องระบายอากาศ ปุ่มควบคุม สวิตช์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ได้ล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้หน้างานติดตั้งทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลามาเจาะภายหลัง และลดความเสี่ยงจากการเสียหายของตู้หลังเจาะด้วยเครื่องมือที่ไม่เหมาะสม

New series 2025
√ Ingress Protection IP55-IP66
√ Stainless Steel Hairline
√ Spong Rubber ซีลยางกันน้ำ
√ ISO, IK10
- 1. ประเภทของตู้ – ตู้แขวนผนัง (Wall-Mounted): ติดตั้งบนผนัง ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับอุปกรณ์ขนาดเล็กหรือในพื้นที่จำกัด
– ตู้สแตนเลสตั้งพื้น (Floor-Standing): รองรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับโรงงานหรือสถานีไฟฟ้า
– ตู้มีหลังคา (With Roof): เหมาะสำหรับการติดตั้งกลางแจ้ง ป้องกันน้ำฝนและแสงแดดได้ดี - 2. ขนาดของตู้ และฟังค์ชั่นเพิ่มเติม
ขนาดต้องพิจารณาจากอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง เช่น ขนาดของแผงควบคุมไฟฟ้า, เครื่องมือ หรือวงจรไฟฟ้า รวมถึงพื้นที่ที่ใช้ติดตั้ง
– การสั่งเจาะรูเข้าสายไฟ หรือเจาะเลเซอร์ตามแบบ
– การตีบานเกล็ดระบายอากาศ สามารถตีบานเกร็ดได้ทั้ง 2 ฝั่ง - 3. ประเภทประตู – บานเดี่ยว (Single Door): เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กและใช้งานง่าย
– บานคู่ (Double Door): เหมาะกับตู้ขนาดใหญ่ที่ต้องการเปิดกว้างเพื่อเข้าถึงอุปกรณ์ - 4. มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Rating) – IP55: กันฝุ่นบางส่วนและน้ำที่มีแรงดันปานกลาง
– IP66: ป้องกันฝุ่น 100% และกันน้ำแรงดันสูง - 5. วัสดุที่ใช้
– สแตนเลส 304: เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ทนทานต่อการกัดกร่อน
– สแตนเลส 316: ทนต่อสารเคมีและสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มสูง เหมาะกับพื้นที่ชายฝั่ง
คุณสมบัติกันน้ำติดตั้งซีลยางกันน้ำรอบฝา
คุณสมบัติเด่นอีกประการคือตัวตู้สามารถติดตั้งซีลยางกันน้ำรอบฝา เพื่อให้ได้ระดับการป้องกัน IP55 ถึง IP66 ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการล้างด้วยน้ำแรงดัน หรือมีไอน้ำตลอดเวลา เช่น สายการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม หรือยา ทำให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในจะปลอดภัยและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ตู้สแตนเลส เหมาะสำหรับระบบควบคุมที่มีอุปกรณ์ไม่มากนัก โดยภายในสามารถติดตั้งแผ่นเพลทยึดอุปกรณ์ พร้อมรองรับการเดินสายไฟแบบเป็นระเบียบ ทั้งยังมีความลึก 200 มม. ที่ช่วยให้การวางอุปกรณ์มีช่องว่างเพียงพอ ไม่แออัด และลดการสะสมความร้อนภายในตู้ได้เป็นอย่างดี
3 ข้อเปรียบเทียบระหว่างตู้คอนโทรลสแตนเลสเกรด 304 และ 316
✅ 1. ความสามารถในการทนต่อการกัดกร่อน
- SUS 304: ทนต่อการกัดกร่อนทั่วไปได้ดี เหมาะกับงานในพื้นที่แห้ง หรือมีความชื้นไม่มาก เช่น งานภายในอาคาร โรงงานทั่วไป
- SUS 316: มีส่วนผสมของโมลิบดีนัม (Mo) ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี ไอเกลือ และกรดด่างได้ดีกว่า เหมาะกับงานใกล้ทะเล โรงงานเคมี ห้องเย็น หรือพื้นที่ล้างน้ำแรงดันสูง
✅ 2. ความเหมาะสมในการใช้งานกลางแจ้ง
- 304: ใช้กลางแจ้งได้แต่ต้องระวังเรื่องสนิมจุด (pitting) หากสัมผัสน้ำเค็มหรือไอน้ำทะเลบ่อย
- 316: เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งทุกสภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ติดทะเลหรือมีไอเคมีแรง เช่น ปั๊มน้ำกลางแจ้ง หน้าห้องเย็น ระบบควบคุมบนท่าเรือ
✅ 3. มาตรฐานอุตสาหกรรมและงานเฉพาะทาง
- 304: ใช้ได้ในอุตสาหกรรมทั่วไป เช่น อาหาร เครื่องจักรภายใน โรงงานผลิต
- 316: ตอบโจทย์งานที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น ห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom) โรงงานยา ระบบควบคุมในอุตสาหกรรมทะเลหรือเคมีภัณฑ์
สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา
ตู้คอนโทรลสแตนเลสขนาด 300x450x200 มม. เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานควบคุมระบบไฟฟ้าที่ต้องการความปลอดภัยสูง ความทนทาน และความเรียบร้อยของระบบ เหมาะกับงานติดตั้งทั้งภายในอาคารและภายนอก ช่วยให้การจัดการระบบไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน และลดความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสั่งผลิตตู้สแตนเลสแบบเฉพาะเจาะจง จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความแม่นยำในการติดตั้ง ความสวยงามเป็นระเบียบ ความปลอดภัยสูง และความคุ้มค่าในระยะยาว โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนกับการดัดแปลงตู้สำเร็จรูปที่อาจไม่ตรงกับระบบที่ใช้งานจริง.










