IP stainless | จำหน่ายเคเบิ้ลแกลน หลากหลายขนาด เกลียว PG, M, NPT
PG7 เคเบิ้ลแกลนทองเหลือง คืออุปกรณ์สำหรับยึดและป้องกันสายไฟหรือสายเคเบิลขนาดเล็ก โดยมีขนาดเกลียวตามมาตรฐาน PG ซึ่งเป็นระบบเกลียวแบบเยอรมัน ขนาด PG7 มักใช้กับสายไฟเส้นเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3–6.5 มม. ตัวแกลนผลิตจากทองเหลืองคุณภาพสูง ซึ่งผ่านการชุบนิกเกิลเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน มาพร้อมซีลยาง (O-Ring และ Seal) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหรือฝุ่นเล็ดลอดเข้าภายในอุปกรณ์ไฟฟ้า อีกทั้งยังช่วยรองรับแรงดึงจากสายไฟ ทำให้ไม่หลุดหรือขยับแม้เกิดการเคลื่อนไหว การใช้แกลนในระบบนี้จึงเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบไฟฟ้าอย่างมาก
การรับรองมาตรฐาน PG7 เคเบิ้ลแกลนทองเหลือง
PG7 เคเบิ้ลแกลนทองเหลือง วัสดุทองเหลืองมีความแข็งแรงสูง ไม่แตกหรือเสียรูปง่ายภายใต้แรงบิดหรือแรงดึง เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีแรงสั่นสะเทือนหรือการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เช่น เครื่องจักรอัตโนมัติ สายการผลิต หรือกล่องควบคุมในงานอุตสาหกรรม การชุบนิกเกิลยังช่วยให้ตัวแกลนทนต่อความชื้น น้ำมัน หรือสารเคมีอ่อน ๆ ได้ดียิ่งขึ้น หมาะกับงานที่ต้องการความทนทาน เช่น กล่องควบคุมเครื่องจักร, ตู้ไฟฟ้าอุตสาหกรรม, ระบบไฟ LED ที่ติดตั้งภายนอก, และงานเดินสายในตู้เซิร์ฟเวอร์หรือระบบควบคุมอัตโนมัติ แม้มีขนาดเล็กแต่ก็ให้ประสิทธิภาพด้านความแข็งแรงและความปลอดภัยเทียบเท่ารุ่นขนาดใหญ่
✅ 1. มาตรฐาน IP (Ingress Protection) IP68มาตรฐาน IP เป็นค่าที่ใช้ระบุระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำของอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะที่ติดตั้งในระบบควบคุมหรือกลางแจ้ง IP68 หมายถึงป้องกันฝุ่นและสามารถแช่น้ำได้ลึกและนานกว่า เหมาะสำหรับงานหนัก เช่น ระบบใต้น้ำหรือกล่องควบคุมที่อยู่กลางแจ้งตลอดเวลา
✅ 2. มาตรฐาน CE (Conformité Européenne)CE เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าอุปกรณ์นั้นผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป หากมีสัญลักษณ์ CE จะบ่งบอกได้ว่าได้ผ่านการทดสอบด้านโครงสร้าง วัสดุ และความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในการติดตั้งกับระบบไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อุตสาหกรรมที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น โรงงานอัตโนมัติ หรืองานระบบควบคุม
✅ 3. มาตรฐาน RoHS (Restriction of Hazardous Substances) RoHS คือข้อกำหนดที่ห้ามใช้สารอันตรายบางชนิดในวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และโครเมียมหกเหลี่ยม
✅ 4. มาตรฐาน UL (Underwriters Laboratories – สหรัฐอเมริกา) UL คือการรับรองจากองค์กรความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้การทดสอบผลิตภัณฑ์ด้านความทนทานต่อไฟ ความเป็นฉนวนไฟฟ้า และคุณสมบัติการป้องกันอันตรายจากการติดตั้ง
ตรวจสอบเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟ (Outer Diameter)
สิ่งแรกที่ต้องรู้ก่อนเลือกเคเบิ้ลแกลนคือขนาด เส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟจริง (รวมฉนวน) โดย PG7 เหมาะกับสายที่มีขนาดประมาณ 3 – 6.5 มม. หากสายเล็กเกินไป ซีลจะรัดไม่แน่น เกิดช่องว่างให้น้ำหรือฝุ่นเข้าได้ ส่วนถ้าสายใหญ่เกิน แกลนอาจปิดไม่สนิทหรือทำให้ซีลเสียหาย PG7 เหมาะกับสายไฟที่มีลักษณะ “กลม” มากกว่าสายแบน เพราะซีลภายในแกลนถูกออกแบบให้รัดรอบสายได้แน่นแบบวงกลม หากใช้กับสายแบนหรือสาย LAN ที่มีขอบเหลี่ยม ควรเลือกแกลนรุ่นพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับสายลักษณะนั้นโดยเฉพาะ

New series 2025
√ Ingress Protection IP68
√ Flame Retardancy: HB (L94)
√ TUV, ISO
√ RoHS ,CE
Lock Nut (น็อตล็อก): เป็นชิ้นส่วนที่ใช้ยึดตัวแกลนเข้ากับแผง หรือตู้ควบคุม โดยมักติดตั้งอยู่ด้านในของผนังตู้ ผลิตจากสแตนเลสเกรดสูง แข็งแรง ไม่เป็นสนิม ทนต่อแรงบิด แรงสั่นสะเทือน และสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือไอเคมีสูง ช่วยให้ตัวแกลนยึดติดแน่นไม่หลุดง่าย
O-Ring (โอริง): ทำจากยางชนิดพิเศษ เช่น NBR (Nitrile) หรือ EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) ที่มีคุณสมบัติทนความร้อน ทนแรงกด และสารเคมี โอริงจะถูกติดตั้งที่ฐานของเกลียวด้านนอก ช่วยป้องกันการรั่วซึมของน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 ทำให้ระบบไฟฟ้าปลอดภัยแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น
Body (ตัวเรือน): เป็นโครงหลัก ทำหน้าที่ยึดทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ผลิตจากสแตนเลส 304 หรือ 316L เพื่อการทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี ไอน้ำเกลือ หรือสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น บริเวณชายทะเลหรือโรงงานอุตสาหกรรมเคมี ตัวเรือนมีเกลียวภายนอกสำหรับยึดติดกับตู้หรือกล่องควบคุมไฟฟ้า
Seal (ซีลยางรัดสาย): ซีลยางนี้มีความยืดหยุ่นสูง ใช้รัดสายไฟให้แน่นโดยไม่บีบหรือทำลายฉนวนของสายไฟ ช่วยให้สายไม่เคลื่อนหรือหลุดง่ายขณะใช้งาน อีกทั้งยังช่วยกันน้ำและฝุ่นได้ดี โดยมักทำจากยางเกรดพิเศษที่ทนความร้อนและไม่เสื่อมสภาพง่าย
Claw (คลอว์): เป็นชิ้นส่วนภายในที่ทำหน้าที่โอบรัดสายไฟจากด้านนอกของซีลยาง มีลักษณะคล้ายฟันหรือปีก ช่วยกระจายแรงบีบอย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำให้สายไฟเสียหายหรือฉนวนแตก ตัวคลอว์ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับการรัดสาย โดยเฉพาะในจุดที่มีการเคลื่อนไหวหรือแรงดึงบ่อยครั้ง
Thread-lock Sealing Nut (น็อตล็อกด้านหน้า): เป็นฝาปิดส่วนปลายของแกลน มีเกลียวภายในที่แน่นหนา ใช้ขันให้ซีลและคลอว์กดสายให้แน่น โดยผลิตจากสแตนเลสเช่นเดียวกับตัวเรือน แข็งแรง ทนแรงบิดสูง ไม่แตกร้าวหรือหลวมง่ายในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยรักษาค่ากันน้ำและกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทนความร้อนเคเบิ้ลแกลนทองเหลืองชุบนิกเกิล
☑ เคเบิ้ลแกลนทองเหลือง สามารถทนความร้อนได้สูงกว่าวัสดุพลาสติกหลายเท่า โดยทั่วไปสามารถใช้งานได้ในอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 200°C โดยไม่เสียรูปหรือหลอมละลาย เหมาะกับการใช้งานในห้องเครื่อง, ใกล้แหล่งความร้อน, หรือแผงควบคุมที่มีการระบายอากาศจำกัด ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในสายงานอุตสาหกรรม การชุบนิกเกิลจะมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนจากน้ำหรือความชื้นได้ดีมาก จึงสามารถใช้งานกลางแจ้ง ในพื้นที่เปียกชื้น หรือแม้แต่ใกล้ทะเลได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะรุ่นที่มีค่ากันน้ำ IP68 ที่ช่วยป้องกันการซึมผ่านของน้ำเข้าสู่ภายในกล่องควบคุมหรือแผงวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
✅ เลือกแกลนที่มีช่วงจับสาย (Clamping Range) พอดี แม้ PG7 จะรองรับสายได้หลายขนาด แต่ควรเลือกให้ขนาดสายอยู่กลางช่วงค่าที่แกลนรับได้ เช่น ถ้าสายไฟมีขนาด 4.5 มม. จะอยู่กลางช่วง 3–6.5 มม. ของ PG7 ซึ่งจะช่วยให้ซีลรัดแน่นที่สุดและมีอายุการใช้งานยาวนาน ลดการหลุดหรือคลายตัวเมื่อใช้งานนาน ๆ
✅ คำนึงถึงการใช้งานจริง เช่น กลางแจ้งหรือในเครื่องจักร หากสายไฟจะถูกติดตั้งในจุดที่มีแรงดึงหรือแรงสั่นสะเทือน เช่น เครื่องจักรอุตสาหกรรม ควรเลือก PG7 ที่มีซีลแน่นและผ่านมาตรฐานกันน้ำ เช่น IP68 เพื่อให้มั่นใจว่าสายจะไม่ขยับหรือรั่วซึม ส่วนงานกลางแจ้งควรเลือกวัสดุที่ทน UV เช่น PA66 UV หรือทองเหลืองชุบนิกเกิล เพื่อเพิ่มความทนทานในระยะยาว
หมวดสินค้าใกล้เคียง
สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา
PG7 เคเบิ้ลแกลนทองเหลืองเป็นอุปกรณ์สำคัญในงานระบบไฟฟ้าและอุตสาหกรรม โดยมีหน้าที่หลักในการยึดสายไฟให้มั่นคง ป้องกันน้ำ ฝุ่น และแรงดึงไม่ให้สายไฟหลุดจากอุปกรณ์หรือกล่องควบคุม ตัววัสดุทำจากทองเหลืองที่ผ่านกระบวนการขึ้นรูปอย่างแม่นยำ พร้อมมีซีลกันน้ำและเกลียวที่แน่นหนา ใช้ได้ทั้งกับเกลียวมาตรฐาน PG, NPT และ Metric ตามความต้องการของแต่ละงานติดตั้ง
ทองเหลืองมีคุณสมบัติทางกลที่เหนือกว่าวัสดุพลาสติกทั่วไป ช่วยให้มีความแข็งแรง ทนแรงดึงและแรงสั่นสะเทือนได้ดี เหมาะกับการใช้งานในเครื่องจักร, ระบบอัตโนมัติ, หรือพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวของสายไฟอยู่ตลอดเวลา โครงสร้างของแกลนไม่เปราะหรือเสียรูปง่าย จึงช่วยให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้น







