IP stainless | จำหน่ายเคเบิ้ลแกลน มาตรฐาน เกลียว PG, M, NPT
M63 เคเบิ้ลแกลนสายไฟสแตนเลส คืออุปกรณ์สำหรับยึดและจัดระเบียบสายไฟขนาดใหญ่มาก โดยมีขนาดรัดสายระหว่าง 37–44 มิลลิเมตร และใช้ติดตั้งเข้ากับตู้ควบคุมไฟฟ้า กล่องพักสาย หรือเครื่องจักรในโรงงาน เพื่อให้สายไฟสามารถผ่านผนังได้อย่างปลอดภัยและแน่นหนา อุปกรณ์นี้มีเกลียวขนาด M63 ตามมาตรฐานเมตริก และมักใช้ร่วมกับสายที่มีฉนวนหนาหรือสายเพาเวอร์ที่มีกำลังไฟสูง เช่น สาย NYY 4×35 mm², CV 3×50 mm²
เคเบิ้ลแกลนสายไฟสแตนเลส M63
เคเบิ้ลแกลนสแตนเลส ภายในแกลนมีซีลยางเกรดอุตสาหกรรม ช่วยรัดสายได้อย่างมั่นคงโดยไม่ทำลายฉนวนสายไฟ พร้อมทั้งกันน้ำ กันฝุ่น และกันไอน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปจะผ่านมาตรฐาน IP68 ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ระบบไฟหลักของเครื่องจักรขนาดใหญ่, ระบบพลังงานหมุนเวียน, หรือระบบควบคุมที่ไม่สามารถเกิดความชื้นได้เลย
“วิธีติดตั้งเคเบิ้ลแกลนสายไฟสแตนเลส กับตู้คอนโทรลให้กันน้ำ 100%”
วัดและเจาะรูขนาด M63 (ประมาณ 63 มม.)
- ตรวจสอบขนาดรูเจาะบนตู้หรือกล่องให้ตรงกับเกลียวภายนอก
- ใช้หัวเจาะแบบ Hole Saw หรือเจาะด้วย CNC สำหรับความแม่นยำ
- แนะนำให้ใช้ แหวนยางโอริง (O-ring) รอบขอบรู เพื่อช่วยซีลน้ำและฝุ่น
ใส่แหวนโอริงและสอดเกลียวผ่านรู
- วาง โอริงกันน้ำ ที่ฐานของแกลน เพื่อให้แนบกับผิวตู้โดยไม่มีช่องว่าง
- สอดเกลียวผ่านรูจากด้านนอกตู้ โดยให้ตัวเรือนแกลนอยู่ด้านนอก
- ใช้ Lock Nut ยึดจากด้านใน ให้แน่น ไม่โยก ไม่หมุน และแนบสนิทกับโอริง
ตรวจสอบแนวระดับและแน่นหนา
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวางราบกับพื้นผิวตู้ ไม่มีการบิดเอียง
- ใช้ประแจขันน็อตล็อกอย่างพอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกลียวเสียหาย
- หากพื้นผิวไม่เรียบ แนะนำให้ใช้ แหวน Flat Washer หรือ Sealing Washer เพิ่มอีกชั้นเพื่อความแน่นหนา
การติดตั้ง Cable gland M63
การติดตั้งต้องเจาะรูขนาด 63 มม. ที่ผนังตู้หรือกล่องที่ต้องการเดินสาย แล้วขันน็อตล็อกจากด้านใน เพื่อให้แกลนแน่นสนิทกับผิวตู้ จากนั้นสอดสายผ่านตัวแกลนแล้วขันฝาด้านหน้าจนซีลรัดแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้สายหลุดหรือเคลื่อนตัวเมื่อต้องรับแรงดึงจากการใช้งานจริง นอกจากการใช้งานในอุตสาหกรรมแล้ว M63 ยังเหมาะสำหรับงานระบบโซลาร์เซลล์เชิงพาณิชย์, สถานีชาร์จรถไฟฟ้า, และระบบควบคุมกลางแจ้งที่ต้องเผชิญกับแดด ฝน และฝุ่นตลอดปี เพราะความแข็งแรงของวัสดุสแตนเลสสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นได้ดี โดยไม่เกิดการแตกร้าวหรือเสื่อมสภาพ

New series 2025
√ Ingress Protection IP68
√ Flame Retardancy: HB (L94)
√ TUV, ISO
√ RoHS ,CE
Lock Nut (น็อตล็อก): เป็นชิ้นส่วนที่ใช้ยึดตัวแกลนเข้ากับแผง หรือตู้ควบคุม โดยมักติดตั้งอยู่ด้านในของผนังตู้ ผลิตจากสแตนเลสเกรดสูง แข็งแรง ไม่เป็นสนิม ทนต่อแรงบิด แรงสั่นสะเทือน และสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือไอเคมีสูง ช่วยให้ตัวแกลนยึดติดแน่นไม่หลุดง่ายในการติดตั้ง ตู้สแตนเลส
O-Ring (โอริง): ทำจากยางชนิดพิเศษ เช่น NBR (Nitrile) หรือ EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) ที่มีคุณสมบัติทนความร้อน ทนแรงกด และสารเคมี โอริงจะถูกติดตั้งที่ฐานของเกลียวด้านนอก ช่วยป้องกันการรั่วซึมของน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 ทำให้ระบบไฟฟ้าปลอดภัยแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น
Body (ตัวเรือน): เป็นโครงหลัก ทำหน้าที่ยึดทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ผลิตจากสแตนเลส 304 หรือ 316L เพื่อการทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี ไอน้ำเกลือ หรือสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น บริเวณชายทะเลหรือโรงงานอุตสาหกรรมเคมี ตัวเรือนมีเกลียวภายนอกสำหรับยึดติดกับตู้หรือกล่องควบคุมไฟฟ้า
Seal (ซีลยางรัดสาย): ซีลยางนี้มีความยืดหยุ่นสูง ใช้รัดสายไฟให้แน่นโดยไม่บีบหรือทำลายฉนวนของสายไฟ ช่วยให้สายไม่เคลื่อนหรือหลุดง่ายขณะใช้งาน อีกทั้งยังช่วยกันน้ำและฝุ่นได้ดี โดยมักทำจากยางเกรดพิเศษที่ทนความร้อนและไม่เสื่อมสภาพง่าย
Claw (คลอว์): เป็นชิ้นส่วนภายในที่ทำหน้าที่โอบรัดสายไฟจากด้านนอกของซีลยาง มีลักษณะคล้ายฟันหรือปีก ช่วยกระจายแรงบีบอย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำให้สายไฟเสียหายหรือฉนวนแตก ตัวคลอว์ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับการรัดสาย โดยเฉพาะในจุดที่มีการเคลื่อนไหวหรือแรงดึงบ่อยครั้ง
Thread-lock Sealing Nut (น็อตล็อกด้านหน้า): เป็นฝาปิดส่วนปลายของแกลน มีเกลียวภายในที่แน่นหนา ใช้ขันให้ซีลและคลอว์กดสายให้แน่น โดยผลิตจากสแตนเลสเช่นเดียวกับตัวเรือน แข็งแรง ทนแรงบิดสูง ไม่แตกร้าวหรือหลวมง่ายในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยรักษาค่ากันน้ำและกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสามารถในการทนต่อแรงดึง แรงกระชาก
อีกหนึ่งข้อดีของแกลนรุ่นนี้คือ ความสามารถในการทนต่อแรงดึง แรงกระชาก และแรงสั่นสะเทือน จากเครื่องจักรในสายการผลิต ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของสายหลุด หรือฉนวนฉีกขาด อันเป็นสาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรหรือระบบขัดข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ M63 เคเบิ้ลแกลนสายไฟสแตนเลส ยังสามารถติดตั้งร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น น็อตล็อกกันหลุด (Lock Nut), แหวนยางกันน้ำ (O-ring), หรือหัวอุดสำรอง (Blind Plug) ได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงหรือขยายระบบในอนาคต
เคเบิ้ลแกลน รองรับมาตรฐานอะไรบ้าง?
CE (Conformité Européenne)
- เครื่องหมายรับรองว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการประเมินความปลอดภัย และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของสหภาพยุโรป
- หมายถึงต้องปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ไม่เป็นอันตรายเมื่อติดตั้งกับระบบไฟฟ้า และไม่มีสารอันตรายที่เกินมาตรฐาน
RoHS (Restriction of Hazardous Substances)
- ข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่จำกัดการใช้สารอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และโครเมียม 6 ในผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
- RoHS หมายความว่า ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารโลหะหนักตกค้างที่อาจเป็นอันตรายเมื่อสัมผัส
มาตรฐาน UL หรือ CSA (กรณีส่งออกอเมริกาและแคนาดา)
- UL (Underwriters Laboratories) และ CSA (Canadian Standards Association) เป็นมาตรฐานความปลอดภัยไฟฟ้าในทวีปอเมริกา
- หากแกลนรุ่น M63 ผ่าน UL หรือ CSA จะมั่นใจได้ว่า ทนแรงดันไฟฟ้า และ วัสดุไม่ติดไฟง่าย เหมาะกับการใช้งานในโรงงานระดับอุตสาหกรรม
สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา
สุดท้าย หากเลือกใช้ M63 เคเบิ้ลแกลนสายไฟสแตนเลส ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เช่น CE, RoHS, IP68 หรือ UL จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับวิศวกรผู้ออกแบบ และผู้รับเหมาในการส่งมอบงานโครงการที่ต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่น งานระบบสาธารณูปโภค หรืองานติดตั้งภาครัฐการเลือก M63 Stainless Cable Gland ที่รองรับมาตรฐาน CE, IP68 และ RoHS คือการเลือกอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ในด้านความปลอดภัย ความทนทาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับการติดตั้งในงานระดับอุตสาหกรรม เช่น ระบบควบคุมมอเตอร์, ระบบพลังงานแสงอาทิตย์, สถานีสูบน้ำ, หรือโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ที่ไม่สามารถยอมให้เกิดความผิดพลาดได้
หากคุณกำลังเลือกสำหรับโครงการสำคัญ ตรวจสอบใบรับรองมาตรฐานก่อนเสมอ เพราะเป็นหลักประกันความปลอดภัยทั้งต่อสายไฟและอุปกรณ์ในระบบของคุณ





