IP stainless | จำหน่ายเคเบิ้ลแกลน มาตรฐาน เกลียว PG, M, NPT
เคเบิ้ลแกลนด์สแตนเลส M25 ขนาดรัดสาย 13–18 มม. คืออุปกรณ์เชื่อมต่อสายไฟที่ออกแบบมาเพื่อให้สายไฟเดินผ่านผนังตู้ควบคุมหรือกล่องไฟได้อย่างปลอดภัย เรียบร้อย และป้องกันการขยับหลุดของสาย โดยเฉพาะในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทานสูง อุปกรณ์นี้ทำจากวัสดุสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316 จึงสามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีไอเค็ม ความชื้นสูง หรือมีสารเคมีปะปนได้อย่างยาวนานโดยไม่เป็นสนิม
เคเบิ้ลแกลนด์สแตนเลส M25 ยังช่วยป้องกันฝุ่น น้ำ
เคเบิ้ลแกลนสแตนเลส การยึดสายให้แน่นหนาแล้ว Cable gland M25 ยังช่วยป้องกันฝุ่น น้ำ และไอน้ำเข้าสู่ตู้ไฟหรือกล่องควบคุม โดยมีระดับการป้องกัน IP66–IP68 ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานที่ติดตั้งกลางแจ้ง บริเวณที่มีฝุ่นมาก หรือเครื่องจักรที่มีการล้างด้วยน้ำแรงดันสูง เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม หรือระบบบำบัดน้ำเสีย รองรับ สายไฟขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13–18 มม. ซึ่งเป็นสายขนาดใหญ่ระดับกลาง–ใหญ่ เช่น สายเพาเวอร์ (Power Cable) สายควบคุมอุปกรณ์มอเตอร์ หรือสายไฟหลักของระบบอัตโนมัติ ตัวแกลนจะทำหน้าที่รัดสายไฟให้แน่นด้วยซีลยางเกรดอุตสาหกรรม พร้อมกับคลอว์ด้านในที่ยึดสายไฟไม่ให้เลื่อนไปมา โดยไม่ทำลายฉนวนสาย
หน้าที่หลักของ Cable gland M25 ได้แก่:
- ยึดสายไฟให้แน่นหนา: ป้องกันสายขยับ หลุด หรือสั่นคลอนจากแรงดึงหรือแรงสั่นสะเทือน
- ป้องกันน้ำ ฝุ่น และสิ่งสกปรก: ด้วยซีลยางและโอริง จึงสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำได้ตามมาตรฐาน IP66–IP68
- ปกป้องฉนวนสายไฟ: ป้องกันไม่ให้ฉนวนเกิดความเสียหายจากแรงบีบ แรงกด หรือขอบแหลมของจุดติดตั้ง
- ช่วยจัดระเบียบสายไฟ: ให้การเดินสายดูเรียบร้อยและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ขนาดสายไฟที่ใช้ได้กับ M25: จะรองรับ ขนาดรัดสายอยู่ที่ 13–18 มม. ซึ่งครอบคลุมสายไฟขนาดกลางถึงใหญ่ เช่น:
- สาย VCT 3×2.5 ถึง 3×6 mm²
- สาย NYY 2×4, 4×2.5, 4×4 mm²
- สายควบคุมและสายเพาเวอร์ที่มีฉนวนหนา
ก่อนใช้งานควรตรวจสอบขนาดสายจริง (OD – Outer Diameter) ให้ตรงกับช่วงรัดของแกลน
การติดตั้งเคเบิ้ลแกลนด์ M25 ต้อง เจาะรูขนาด 25 มม.
เจาะรูขนาด 25 มม. ที่แผงตู้หรือกล่องควบคุม แล้วสอดตัวแกลนผ่านรู พร้อมกับใส่น็อตล็อกด้านในและโอริงด้านนอกเพื่อกันน้ำ เมื่อร้อยสายไฟผ่านซีลยางแล้ว ให้ขันฝาหน้าล็อกให้แน่น เพื่อให้ซีลรัดสายได้สนิท โดยไม่ให้สายไฟขยับหรือหลุด แม้จะเจอแรงดึงหรือแรงกระชากจากการทำงานของเครื่องจักร ตัววัสดุสแตนเลสที่ใช้ในรุ่น M25 ให้ความแข็งแรงและทนต่ออุณหภูมิได้ดี ทำให้สามารถใช้งานในพื้นที่ที่มีความร้อนสูง หรือบริเวณที่มีไอเคมีได้โดยไม่เสื่อมสภาพ ไม่แตกร้าว และไม่เป็นคราบสนิม ทั้งนี้รุ่นเกรด 316 จะเหมาะสำหรับงานที่ใกล้ทะเล หรือพื้นที่ที่สัมผัสกับกรด ด่าง หรือสารกัดกร่อนโดยตรง

New series 2025
√ Ingress Protection IP68
√ Flame Retardancy: HB (L94)
√ TUV, ISO
√ RoHS ,CE
Lock Nut (น็อตล็อก): เป็นชิ้นส่วนที่ใช้ยึดตัวแกลนเข้ากับแผง หรือตู้ควบคุม โดยมักติดตั้งอยู่ด้านในของผนังตู้ ผลิตจากสแตนเลสเกรดสูง แข็งแรง ไม่เป็นสนิม ทนต่อแรงบิด แรงสั่นสะเทือน และสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือไอเคมีสูง ช่วยให้ตัวแกลนยึดติดแน่นไม่หลุดง่าย
O-Ring (โอริง): ทำจากยางชนิดพิเศษ เช่น NBR (Nitrile) หรือ EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) ที่มีคุณสมบัติทนความร้อน ทนแรงกด และสารเคมี โอริงจะถูกติดตั้งที่ฐานของเกลียวด้านนอก ช่วยป้องกันการรั่วซึมของน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 ทำให้ระบบไฟฟ้าปลอดภัยแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น
Body (ตัวเรือน): เป็นโครงหลัก ทำหน้าที่ยึดทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ผลิตจากสแตนเลส 304 หรือ 316L เพื่อการทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี ไอน้ำเกลือ หรือสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น บริเวณชายทะเลหรือโรงงานอุตสาหกรรมเคมี ตัวเรือนมีเกลียวภายนอกสำหรับยึดติดกับตู้หรือกล่องควบคุมไฟฟ้า
Seal (ซีลยางรัดสาย): ซีลยางนี้มีความยืดหยุ่นสูง ใช้รัดสายไฟให้แน่นโดยไม่บีบหรือทำลายฉนวนของสายไฟ ช่วยให้สายไม่เคลื่อนหรือหลุดง่ายขณะใช้งาน อีกทั้งยังช่วยกันน้ำและฝุ่นได้ดี โดยมักทำจากยางเกรดพิเศษที่ทนความร้อนและไม่เสื่อมสภาพง่าย
Claw (คลอว์): เป็นชิ้นส่วนภายในที่ทำหน้าที่โอบรัดสายไฟจากด้านนอกของซีลยาง มีลักษณะคล้ายฟันหรือปีก ช่วยกระจายแรงบีบอย่างสม่ำเสมอ ไม่ทำให้สายไฟเสียหายหรือฉนวนแตก ตัวคลอว์ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับการรัดสาย โดยเฉพาะในจุดที่มีการเคลื่อนไหวหรือแรงดึงบ่อยครั้ง
Thread-lock Sealing Nut (น็อตล็อกด้านหน้า): เป็นฝาปิดส่วนปลายของแกลน มีเกลียวภายในที่แน่นหนา ใช้ขันให้ซีลและคลอว์กดสายให้แน่น โดยผลิตจากสแตนเลสเช่นเดียวกับตัวเรือน แข็งแรง ทนแรงบิดสูง ไม่แตกร้าวหรือหลวมง่ายในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยรักษาค่ากันน้ำและกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การยึดสายงเคเบิ้ลแกลนด์สแตนเลส M25
นอกจากการยึดสายให้แน่นแล้ว จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของรุ่น M25 คือโครงสร้างที่แข็งแรงจาก วัสดุสแตนเลสเกรดอุตสาหกรรม ไม่แตกร้าวจากแสง UV หรือความร้อน ช่วยให้ใช้งานกลางแจ้งได้อย่างมั่นใจ เช่น ระบบไฟฟ้าบนอาคารสูง โรงงานผลิตกลางแจ้ง หรือระบบกล้องวงจรปิดที่ต้องเดินสายภายนอก ซีลยางภายในที่ออกแบบมาสำหรับรัดสายขนาด 13–18 มม. จะช่วยให้การรัดสายมีความยืดหยุ่นและแน่นหนาพอดี ไม่ทำให้ฉนวนเสียหาย ต่างจากแกลนขนาดไม่พอดีที่อาจรัดสายแน่นเกินไปจนทำให้ฉนวนฉีก หรือหลวมเกินไปจนทำให้สายหลุดและน้ำรั่วเข้าตู้ควบคุมได้ในภายหลัง
ขั้นตอนติดตั้ง เคเบิ้ลแกลนสแตนเลส M25 อย่างมืออาชีพ
1. วัดขนาดสายไฟก่อนเลือกแกลน
ใช้เวอร์เนียร์วัดเส้นผ่านศูนย์กลางจริงของสายไฟ (OD – Outer Diameter) ให้แม่นยำ โดย M25 เหมาะกับสายที่มีขนาด 13–18 มม. หากสายใหญ่หรือเล็กเกินไป ควรเปลี่ยนไปใช้รุ่น M20 หรือ M32 แทน เพื่อให้การรัดสายพอดีแน่นหนา
2. เจาะรูแผงตู้ขนาด 25.0 มม.
ใช้หัวเจาะหรือดอกเจาะโฮลซอว์ (Hole Saw) ขนาด 25 มม. เจาะที่แผงเหล็กหรือแผงสแตนเลส จากนั้นขัดขอบรูให้เรียบและไม่มีเสี้ยน เพื่อป้องกันการบาดสายไฟ
3. ใส่โอริงที่ตัวแกลนด้านนอก
ประกอบโอริงเข้ากับตัวแกลนบริเวณด้านใต้หัวเกลียวก่อนสอดเข้ารูเจาะ โอริงจะทำหน้าที่ป้องกันน้ำซึมผ่านช่องว่างระหว่างแผงและเกลียวของตัวแกลน
4. สอดตัวแกลนผ่านรูเจาะ
สอดแกลนจากด้านนอกตู้เข้าด้านในให้เกลียวพอดีกับรูเจาะ แล้วขัน น็อตล็อกจากด้านใน (Lock Nut) ให้แน่นโดยใช้ประแจหรือคีมจับตัวเรือนกับน็อตให้พอดี ไม่ควรขันแน่นเกินไปจนโอริงเสียรูป
5. ร้อยสายไฟผ่านแกลน
นำสายไฟที่ตัดปลายเรียบร้อยแล้ว ร้อยผ่านช่องซีลยางตรงกลางของตัวแกลน จัดแนวสายให้ตรง ไม่เบี้ยว เพื่อให้ซีลยางสามารถบีบรัดได้ทั่วเส้นสาย
หมวดสินค้าใกล้เคียง
สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา
สรุป เคเบิ้ลแกลนด์สแตนเลส M25 ด้วยคุณสมบัติทั้งในด้านความปลอดภัย ความทนทาน และมาตรฐานการป้องกัน จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียร อายุการใช้งานยาวนาน และลดความเสี่ยงจากความเสียหายของสายไฟ โดยเฉพาะในระบบไฟฟ้ากำลังที่ต้องใช้สายขนาดใหญ่และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ท้าทาย.
การเลือกใช้งานอย่างถูกต้องถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบไฟฟ้าที่ต้องการความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินสายไฟผ่านผนังตู้ควบคุม หรือจุดเชื่อมต่อที่เสี่ยงต่อแรงดึง น้ำ ความชื้น หรือฝุ่นละอองรุ่นนี้จึงช่วย “ตรึงสาย” ให้มั่นคงและป้องกันไม่ให้สายเลื่อนหลุดขณะเครื่องจักรทำงาน พร้อมลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรในกรณีที่น้ำหรือสิ่งสกปรกเล็ดลอดเข้าสู่ภายในตู้






